มติ ครม. ล่าสุด (1 ก.ย. 69) อนุมัติย้ายสถานที่จัดงาน พืชสวนโลกโคราช 2572 จาก อ.คง ไปยัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เพื่อประหยัดงบจัดซื้อที่ดินและรองรับนักท่องเที่ยวได้ดีกว่า โดยยังคงกรอบงบประมาณเดิมที่ 4,281 ล้านบาท พร้อมเร่งชงเรื่องให้สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ภายใน ก.ย. นี้
สาเหตุย้ายสถานที่จัดงาน “Expo 2029 Korat Thailand” ไปปากช่อง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบให้ทบทวนสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 (Expo 2029 Korat Thailand) ใหม่ ตามข้อเสนอของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
เดิมถูกกำหนดให้จัดขึ้นที่บริเวณป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา บนพื้นที่ประมาณ 678 ไร่ โดยเป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2564–2565 และมีกรอบงบประมาณการจัดงานประมาณ 4,281 ล้านบาท
เดิมพื้นที่ อ.คง ถูกวางให้เป็นพื้นที่จัดงานระดับนานาชาติ โดยคาดหวังให้งานพืชสวนโลกเป็นเครื่องมือกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่อีสานตอนล่าง และสร้างการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงเตรียมการจัดงาน รัฐบาลได้ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ลงพื้นที่ประเมินความเหมาะสมของสถานที่จัดงานทั้ง อ.คง และ อ.ปากช่อง เมื่อวันที่ 14–15 สิงหาคม 2569 เพื่อเปรียบเทียบความพร้อมและความคุ้มค่า ทั้งด้านพื้นที่ งบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน การเดินทาง ที่พัก และการใช้ประโยชน์พื้นที่หลังจบงาน
ผลการศึกษาของ สศช.นำไปสู่ข้อเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนสถานที่จัดงานจาก อ.คง ไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นพื้นที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่แล้ว
เหตุผลหลัก “ปากช่อง” พร้อมกว่า
ข้อเสนอของ สศช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เหตุผลสำคัญว่า พื้นที่ปากช่องมีความพร้อมด้าน การคมนาคม ที่พัก โรงพยาบาล และสาธารณูปโภค มากกว่า ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงไม่จำเป็นต้องจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐในระยะยาว
วันที่ 1 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้ทบทวนมติเดิม และปรับสถานที่จัดงานจากป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ต.เทพาลัย อ.คง ไปเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยยังคงกรอบงบประมาณการจัดงานไว้ที่ 4,281 ล้านบาท
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งจัดทำ Master Plan สำหรับพื้นที่ใหม่ และ Legacy Plan หรือแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่หลังจบงาน เพื่อให้พื้นที่ที่ใช้จัดงานสามารถสร้างประโยชน์ต่อเนื่องในระยะยาว
เส้นตายใหม่ 4 ก.ย. ต้องแสดงความพร้อมต่อ AIPH
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ค่อนข้างกระชั้น เนื่องจากไทยต้องเร่งประสานสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH เพื่อแสดงความพร้อมของพื้นที่แห่งใหม่ภายในวันที่ 4 กันยายน 2569 และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอความเห็นชอบจากองค์การนิทรรศการนานาชาติ หรือ BIE ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569
ขณะที่กำหนดเปิดงานยังอยู่ที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ทำให้ภาครัฐต้องเร่งจัดทำรายละเอียดด้านพื้นที่ ผังแม่บท และแผนการใช้ประโยชน์ให้ทันกรอบเวลาของการจัดงาน
แต่ “อ.คง” ไม่จบง่าย ๆ — ชาวบ้านตั้งคำถาม 678 ไร่
การย้ายพื้นที่สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.คง และเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวอาจทำให้ชุมชนที่เตรียมตัวรองรับงานมาหลายปีสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
ก่อนที่ ครม.จะมีมติ ชาวบ้านและตัวแทนในพื้นที่เคยออกมาคัดค้านการย้าย พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการเปลี่ยนสถานที่ โดยระบุว่า พื้นที่ อ.คง มีการเตรียมความพร้อมและมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว ขณะที่พื้นที่เดิมประมาณ 678 ไร่ ถูกเตรียมไว้เพื่อรองรับการจัดงาน
ตัวแทนชาวบ้านบางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า หากย้ายไปปากช่อง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาจกระจุกตัวอยู่กับธุรกิจท่องเที่ยวและกลุ่มทุนในพื้นที่มากกว่าการกระจายรายได้ไปยังชุมชนรอบ อ.คง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็น ข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายคัดค้าน และยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน
คำถามใหญ่หลัง ครม.เคาะย้าย
แม้รัฐบาลยืนยันว่าการย้ายพื้นที่เป็นไปตามผลการศึกษาด้านความพร้อมและความคุ้มค่า และไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน แต่การเปลี่ยนสถานที่หลังจากมีการเตรียมพื้นที่เดิมมาหลายปี ทำให้เกิดคำถามสำคัญหลายด้าน
1. เงินที่ลงทุนเตรียมพื้นที่ อ.คง ไปแล้วเท่าไร และใช้อะไรไปบ้าง?
2. พื้นที่ 678 ไร่ที่เตรียมไว้ จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรหลังย้ายงาน?
3. การย้ายช่วยลดงบประมาณจริงเท่าไร เมื่อเทียบกับต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่เดิม?
4. ใครคือผู้ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ใหม่ที่ปากช่อง?
5. ชุมชน อ.คง ซึ่งเคยถูกวางให้เป็นเจ้าภาพ จะได้รับการชดเชยหรือมีแผนพัฒนาอะไรทดแทน?
รัฐบาลกำหนดให้จังหวัดนครราชสีมาเดินหน้าจัดทำแผนใช้ประโยชน์พื้นที่เดิมร่วมกับชุมชน เกษตรกร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้พื้นที่ อ.คง ยังสามารถต่อยอดเป็นแหล่งสร้างอาชีพ รายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ในระยะยาว
ดังนั้น การย้าย “พืชสวนโลก 2572” จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนพิกัดจัดงานจาก อ.คง ไปปากช่อง แต่กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลว่า การตัดสินใจที่อ้างความคุ้มค่า จะสามารถสร้างความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนได้จริงหรือไม่ และพื้นที่เดิม 678 ไร่จะถูกทิ้งไว้กับต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไร
นี่คือคำถามที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัด ก่อนที่ “พืชสวนโลก” จะกลายจากเวทีโชว์ศักยภาพประเทศไทย สู่เวทีตั้งคำถามเรื่อง งบประมาณ การกระจายโอกาส และความคุ้มค่าของการลงทุนภาครัฐ
