“วิสาหกิจชุมชนหอยนางรมท่าโสม” จ.ตราด คว้ารางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2569 ต้นแบบชุมชนประมงเข้มแข็ง สร้างมูลค่าเพิ่มสู่หอยนางรม GI ระดับประเทศ

“หอยนางรมท่าโสม” จ.ตราด ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหอยนางรมคุณภาพดีของประเทศไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากแหล่งเลี้ยงอื่น ทั้งเนื้อแน่น ตัวใหญ่ รสชาติหวานธรรมชาติ จากความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวท่าโสมที่เต็มไปด้วยแพลงก์ตอนและอาหารธรรมชาติ ส่งผลให้หอยมีคุณภาพโดดเด่น ไม่มีกลิ่นโคลนแรง และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วประเทศ

แต่ความสำเร็จของ “หอยนางรมท่าโสม” ไม่ได้เกิดจากทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชนที่รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง ภายใต้การบริหารจัดการของวิสาหกิจชุมชนหอยนางรมท่าโสม ที่ร่วมกันพัฒนามาตรฐานการผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในท้องถิ่น

จากจุดเริ่มต้นของกลุ่มผู้เลี้ยงหอยท่าโสมที่มีสมาชิกเพียง 44 ราย ปัจจุบันขยายสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีสมาชิก 79 ราย โดยยึดแนวทางบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม วางแผนการผลิตและการตลาดร่วมกัน สร้างอำนาจต่อรอง ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการผลิตจนเป็นที่ยอมรับของตลาด

นอกจากการจำหน่ายหอยนางรมสดคุณภาพสูงแล้ว กลุ่มยังต่อยอดสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “HOI GI” หรือ “หอยจิ๊” อาทิ ข้าวเกรียบหอยนางรม น้ำพริกหอยนางรม และซอสหอยนางรม พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอยตามแนวคิด Zero Waste และ BCG Model รวมถึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ “ท่องเที่ยววิถีหอยนางรมท่าโสม” สร้างรายได้หมุนเวียนและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

นายกมล แซ่ตั๋น ประธานวิสาหกิจชุมชนหอยนางรมท่าโสม กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือของสมาชิกทุกคนที่มุ่งมั่นพัฒนาอาชีพและรักษาคุณภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 กลุ่มสามารถผลิตหอยนางรมสดออกสู่ตลาดได้กว่า 880 ตัน และยังสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูปได้ถึงร้อยละ 58.3–85.2 ช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่สมาชิกอย่างทั่วถึง

ด้านนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงมีความยินดีที่ได้ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการเชื่อมโยงตลาด จนสามารถยกระดับเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนประมงที่เข้มแข็ง และเป็นตัวอย่างของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมประมงพร้อมเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนประมงทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการประมงตามแนวทาง “Fisheries Connect for Sustainability” ที่มุ่งสร้างความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

Message us