เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยกว่า 20 จังหวัด ยื่นหนังสือถึงกรมประมง วอนรัฐเร่งแก้วิกฤตราคากุ้งตกต่ำ หวั่นเกษตรกรขาดทุนทะลุ 1,000 ล้านบาท

4 มิถุนายน 2569 กลุ่มเครือข่ายกว่า20 จังหวัดร่วมตัวเดินทางมาขอยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมประมง จากกรณี ปัญหาเรื่องราคากุ้งตกต่ำ พร้อมรับมือกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากประเทศไทย 5 ชนิด ประกอบด้วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งน้ำเงิน

นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งมีสมาชิกครอบคลุมกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ สุราษฎร์ธานี จันทบุรี กระบี่ พัทลุง สุพรรณบุรี และนครปฐม ได้เดินทางเข้าพบอธิบดีกรมประมง เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือเยียวยาเป็นการด่วน หลังเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำอย่างหนักจนเข้าขั้นวิกฤตซ้อนวิกฤต คาดปีนี้ภาคเกษตรกรสูญเสียรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมขู่หากไร้การเหลียวแล เกษตรกรอาจต้องหยุดการผลิตทั้งหมดเนื่องจากทุนหมดและสายป่านขาด

เผย 3 มรสุมใหญ่ ซัดอุตสาหกรรมกุ้งไทยทรุด

นายยุทธนา รัตโน ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งท่าทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ในปีนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องแบกรับปัญหาหนักถึง 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย:

  1. วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น และสร้างอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าส่งออก ทำใหราคากุ้งในประเทศดิ่งลง
  2. กลไกราคาตกต่ำตามฤดูกาล: ไตรมาสที่ 2 (ปลายมีนาคม–มิถุนายน) ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาจะตกต่ำเป็นประจำ ซึ่งยังขาดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
  3. มาตรการกีดกันทางการค้าชายแดน: ล่าสุดประเทศมาเลเซียได้ประกาศระงับการนำเข้ากุ้งอย่างกะทันหัน โดยที่เกษตรกรไทยไม่ทันได้ตั้งตัว รวมถึงข้อจำกัดบริเวณด่านกัมพูชา ทำให้ช่องทางการระบายสินค้าลดลง

แฉราคาปากบ่อต่ำกว่าทุน 20% สวนทางห้องเย็นกำไรอู้ฟู่

ทางสมาคมฯ ได้ระบุถึงโครงสร้างต้นทุนการผลิตกุ้ง (อ้างอิงข้อมูลเฉลี่ยปี 2562 ของกรมประมงร่วมกับเกษตรกร) เทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน พบว่าราคากุ้งหน้าบ่อลดต่ำกว่าต้นทุนจริงถึง 10-20%

  • กุ้งขนาด 100 ตัว/กก.: ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 119 บาท แต่ราคาขายจริงต่ำกว่านั้นมาก (เสนอขอราคาพยุงที่ 125-130 บาท เพื่อให้พอมีกำไร)
  • กุ้งขนาด 80 ตัว/กก.: ต้นทุนเฉลี่ย 123 บาท
  • กุ้งขนาด 70 ตัว/กก.: ต้นทุนเฉลี่ย 135 บาท

นอกจากนี้ ต้นทุนด้านพลังงาน (กระแสไฟฟ้าและน้ำมัน) ที่ใช้ในการตีน้ำและสูบน้ำ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20-30% ของต้นทุนทั้งหมด (ประมาณ 20-25 บาทต่อกิโลกรัม) ขณะที่ราคาน้ำมันและพลังงานยังคงผันผวนจากภาวะสงคราม

“วันนี้พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงกุ้งไซส์ 55 ตัว ไปจนถึง 100 ตัว ขาดทุนกันยับเยินรวมกันไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการของห้องเย็นหรือผู้ส่งออกกลับมีกำไรหลักพันล้านบาท ในภาวะวิกฤตเช่นนี้คนไทยต้องช่วยกัน อยากให้ผู้มีอำนาจเข้ามาดูแลและให้เกิดการแบ่งปันกำไรมาซัพพอร์ตเกษตรกรบ้าง เพื่อให้ต้นทุนเสมอตัวก็ยังดี ก่อนที่ทุกคนจะสู้ไม่ไหวและต้องหยุดเลี้ยงกุ้งกันหมดประเทศ” ตัวแทนเกษตรกรระบุ

ยื่น 2 ข้อเสนอหลัก ผ่าทางตันกุ้งไทย

ในการเดินทางมาครั้งนี้ สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนต่อกรมประมง เพื่อนำเรียนต่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้:

  • 1. เร่งเปิดประชุม “ชริมป์บอร์ด” (Shrimp Board) ภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้: เนื่องจากคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งเพื่อความยั่งยืนชุดล่าสุด ได้รับการแต่งตั้งมาตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากติดปัญหาการปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมืองและการเลือกตั้ง ส่งผลให้อุตสาหกรรมขาดทิศทาง พร้อมเสนอให้มีการทบทวนกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ชริมป์บอร์ดมีอำนาจสั่งการและบริหารจัดการได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงคณะกรรมการที่ขอความร่วมมือเหมือนในอดีต โดยอยากให้ยกเลิกการดูแลเป็นพิเศษเทียบเท่าสินค้าเกษตรหลักอย่างข้าวหรือยางพารา
  • 2. อัดงบแทรกแซงตลาด ดึงผลผลิตออก 10,000 ตัน: ขอให้กรมการค้าภายในใช้เงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จัดโครงการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศ โดยเข้าไปดูดซับผลผลิตกุ้งออกจากระบบจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ระยะเวลาดำเนินโครงการอย่างน้อย 3 เดือน และให้การสนับสนุนชดเชยราคาแก่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อประคองราคาไม่ให้เกษตรกรล้มละลาย

เปิดสถิติกุ้งไทย ย้ำ “ปัญหาอยู่ที่การจัดการ”

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตกุ้งทะเล (กุ้งขาวแวนนาไมและกุ้งกุลาดำ) อยู่ที่ประมาณ 250,000 ตันต่อปี โดยมีโครงสร้างตลาด ดังนี้:

  • บริโภคภายในประเทศ (กุ้งต้ม/กุ้งสด): ประมาณ 100,000 ตัน
  • ส่งออกไปต่างประเทศ (ตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกา): ประมาณ 100,000 ตัน
  • ส่วนเกินที่เป็นปัญหา: ประมาณ 50,000 ตัน (ในจำนวนนี้เป็นการค้าชายแดนไปมาเลเซียประมาณ 10,000 ตัน ซึ่งกำลังประสบปัญหาด่านปิด)

ทางสมาคมฯ สรุปทิ้งท้ายว่า ผลผลิตส่วนเกินเพียง 50,000 ตันนี้ หากภาครัฐมีการบริหารจัดการที่ดีและเข้ามาช่วยชดเชยราคาอย่างถูกจุด จะไม่ส่งผลกระทบมาดึงให้ราคากุ้งอีก 150,000 ตันในระบบเสียหายตามไปด้วย ทั้งนี้ อุตสาหกรรมกุ้งถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและมีผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งคนทำพันธุ์กุ้ง โรงงานอาหารสัตว์ เกษตรกร และโรงงานแปรรูป รวมกันนับล้านคน จึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพนี้ต่อไปได้

Message us