
กรุงเทพโปรดิ๊วส (BKP) และ เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส (CPP) เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขยายผลแคมเปญ “เลิกเผาเถอะ พี่ อากาศดี มีตลาดรองรับ” สู่ประเทศลาวและเวียดนามเพิ่มเติมจากประเทศไทยและเมียนมา เพื่อกำกับดูแลเกษตรกร คู่ค้าและ ผู้รวบรวมผลผลิต ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูก การรวบรวมผลผลิต ไปจนถึงการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ “ซีพีรับ ซื้อเฉพาะข้าวโพดไม่บุกเขา ไม่เผาป่า และไม่เผาแปลงเกษตร” เพื่อสนับสนุนระบบการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และมุ่งสู่ห่วงโซ่อุปทานปลอดการเผาอย่างครบวงจร
บริษัททั้ง 2 แห่ง เชื่อว่าการสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรและคู่ค้าว่ามีตลาดรองรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา ที่ได้รับมาตรฐานและมีราคารับซื้อที่เหมาะสม ควบคู่กับการขยายจุดรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกรให้ครอบคลุม พื้นที่สำคัญทั่วประเทศ จะช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรและคู่ค้าเข้าสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีเกษตรกรและคู่ค้าในประเทศไทยและเมียนมา และเมื่อขยายผลไปยังลาวและเวียดนามในปีนี้ จะทำให้สามารถครอบคลุมเกษตรกรและคู่ค้าได้เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาค


การมีตลาดรองรับที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนสู่การผลิตข้าวโพดเลี้ยง สัตว์ปลอดเผาได้มากขึ้น เนื่องจากสามารถวางแผนการเพาะปลูกและบริหารจัดการผลผลิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดความเสี่ยงด้านการตลาด และเข้าถึงช่องทางรับซื้อที่มีมาตรฐานและตรวจสอบย้อนกลับได้ ขณะเดียวกัน ทั้ง 2บริษัทยังทำงานร่วมกับเกษตรกรและคู่ค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) ที่นำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) และข้อมูลร่องรอยการเผาไหม้ (Burn Scar) มาใช้ติดตามพื้นที่เพาะปลูกแบบใกล้เคียง Real-time โดยเชื่อมโยงข้อมูลพิกัดแปลงเพาะปลูกเข้ากับระบบตรวจสอบ เพื่อ ช่วยเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลผลิต และสนับสนุนนโยบาย “ไม่เผาแปลงเกษตร” ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังเพิ่มความแม่นยำในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ลด ข้อจำกัดในการตรวจสอบภาคสนาม ป้องกันการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยข้อมูลที่ได้จากระบบยังสามารถนำมาใช้วิเคราะห์แนวโน้มพื้นที่เสี่ยง วางแผนการติดตาม และพัฒนามาตรการสนับสนุนเกษตรปลอดเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นข้อมูลระบบตรวสอบย้อนกลับและติดตามจุดความร้อน ของทั้งสองบริษัท ที่ https://storymaps.arcgis.com และ https://sgc.cptg.co.th/


ทั้งนี้ ในเดือน เมษายนที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) พร้อมด้วยบริษัทในเครือ ร่วมกับหอการค้าไทย และภาคธุรกิจชั้นนำของประเทศ อาทิ มิตรผล เนสท์เล่ ข้าวหงษ์ทอง รวมถึงพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชนภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา ร่วมประกาศปฏิญญาเนื่องในวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี เพื่อขับเคลื่อน “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)” ในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร มุ่งยกระดับความโปร่งใสของแหล่งที่มาวัตถุดิบ พร้อมร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากต้นเหตุอย่างเป็นระบบ
