“รมช.ปิยะรัฐชย์” สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งแก้ หวั่นกระทบเงินรับซื้อข้าวนาปี

ปัญหาโรงสีเอกชนค้างชำระค่าข้าวเปลือก กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดพิจิตร หลังโรงสี 3 แห่งในพื้นที่ อ.ทับคล้อ อ.สามง่าม และ อ.โพทะเล มีปัญหาค้างชำระหนี้กับสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร รวม 12 แห่ง มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่า หากสหกรณ์ขาดสภาพคล่อง อาจกระทบต่อการรวบรวมและรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรสมาชิก โดยเฉพาะข้าวนาปีล็อตใหญ่ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
ล่าสุด วันที่ 5 ตุลาคม 2569 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตรเรียกสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้ง 12 แห่ง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าหารือเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ที่อาจได้รับผลกระทบ จึงสั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปดูแลและเร่งแก้ไขปัญหา
กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สั่งการให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตรรวบรวมข้อมูลความเสียหาย และหาแนวทางช่วยเหลือเบื้องต้น เนื่องจากปัญหาดังกล่าวอาจกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์ ขณะที่ฤดูกาลรับซื้อข้าวนาปีกำลังจะมาถึง
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ระบุว่า ความเสียหายรวมกว่า 1,300 ล้านบาท มีการเรียกคืนมาแล้วบางส่วน ขณะที่บางกรณีมีการดำเนินคดีทางแพ่งและศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทคู่กรณีชำระหนี้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการสืบทรัพย์และบังคับคดี
พร้อมยืนยันว่า เกษตรกรไม่ควรกังวล และขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งติดตามและแก้ไขปัญหา
ด้าน นายกฤษฎ์ จารุชาติ ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ รักษาการสหกรณ์จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า เบื้องต้นการรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกสหกรณ์ทั้ง 12 แห่งยังคงเดินหน้าตามปกติ โดยเฉพาะช่วงข้าวนาปีที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้
ส่วนสหกรณ์ที่มีปัญหาสภาพคล่อง ได้เตรียมแนวทางใช้เงินทุนจาก กองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น ขณะเดียวกันจะมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน
สำหรับโรงสีที่เป็นคู่กรณี สหกรณ์จะ ยุติการซื้อขายข้าวเปลือก และเตรียมหาโรงสีรายใหม่ที่อยู่ใกล้แหล่งผลิตหรือในจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครสวรรค์ พิษณุโลก และสุโขทัย เพื่อรองรับข้าวที่จะออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี
เปิด 6 คดีใหญ่ ความเสียหายกว่า 1,283 ล้านบาท
ข้อมูลจากสำนักนายทะเบียนและกฎหมาย กรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุว่า มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 6 แห่งดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่งกับเจ้าของโรงสีคู่กรณี รวมความเสียหาย 1,283.50 ล้านบาท ได้แก่
- สหกรณ์การเกษตรบางมูลนาก จำกัด เสียหาย 459.85 ล้านบาท
- สหกรณ์การเกษตรวังทรายพูน จำกัด เสียหาย 368.95 ล้านบาท
- สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินสามง่ามหนึ่ง จำกัด เสียหาย 63.01 ล้านบาท
- สหกรณ์การเกษตรสามง่าม จำกัด เสียหาย 329.81 ล้านบาท
- สหกรณ์การเกษตรบ้านกำแพงดิน จำกัด เสียหาย 40.86 ล้านบาท
- กลุ่มเกษตรกรทำนาเนินปอ เสียหาย 21.01 ล้านบาท
โจทย์ใหญ่จากนี้จึงไม่ใช่เพียงการติดตามหนี้โรงสี แต่คือการทำให้สหกรณ์ทั้ง 12 แห่งยังมีสภาพคล่องเพียงพอ และสามารถเดินหน้ารับซื้อข้าวจากเกษตรกรได้ทันฤดูข้าวนาปีที่จะมาถึง
