สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ ปั้นแบรนด์ใหม่ “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์” เดินหน้าขยายตลาด พยุงอาชีพ 81 สมาชิก

เชียงใหม่ – จากแบรนด์นมท้องถิ่นที่อยู่คู่คนเชียงใหม่มายาวนานกว่า 20 ปี สู่การปรับโฉมครั้งสำคัญในชื่อ “CM MILK” ภายใต้สโลแกน “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์” ของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ให้ทันสมัย แต่คือความพยายามครั้งสำคัญในการสร้างตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบ และรักษารายได้ของเกษตรกรสมาชิก ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของวงการโคนมไทยอย่างภาวะน้ำนมส่วนเกินและตลาดที่แข่งขันสูง
จาก “น้มนม” แบรนด์คุ้นหู สู่ “CM MILK”
ย้อนกลับไปกว่า 20 ปี “น้มนม” เคยเป็นแบรนด์นมโคท้องถิ่นที่คนเชียงใหม่รู้จักเป็นอย่างดี ทั้งนมถุงพาสเจอร์ไรส์และนมกล่องยูเอชที ก่อนที่สหกรณ์โคนมเชียงใหม่จะตัดสินใจรีแบรนด์เป็น “ซีเอ็ม มิลค์ (CM MILK)” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัยและขยายโอกาสทางการตลาดมากขึ้น
แต่การเปลี่ยนชื่อแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องทำให้ผู้บริโภคกลุ่มเดิมเข้าใจว่า “แบรนด์เปลี่ยน แต่คุณภาพยังเหมือนเดิม” ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าใหม่ไปพร้อมกัน
นายเกษมศักดิ์ สุขเกษม ผู้จัดการสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นมพาณิชย์ของสหกรณ์ใช้แบรนด์ “CM MILK” ซึ่งเป็นการรีแบรนด์จาก “น้มนม” โดยต้องการสื่อให้ผู้บริโภคเห็นถึงความเป็นนมโคแท้และผลิตภัณฑ์จากน้ำนมของเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์

รับน้ำนมวันละ 28 ตัน ก่อนแบ่งเข้าสู่ “นมโรงเรียน–ตลาดเอกชน–แบรนด์สหกรณ์”
ปัจจุบันสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด รับซื้อน้ำนมดิบจากฟาร์มของสมาชิกเฉลี่ย 28 ตันต่อวัน จากสมาชิกที่ส่งน้ำนมดิบจำนวน 81 ราย มีแม่โครีดนมรวมกว่า 2,000 ตัว
น้ำนมดิบที่รับเข้ามาจะถูกบริหารจัดสรรออกเป็นหลายส่วน โดยประมาณ 17 ตันต่อวัน หรือร้อยละ 60 นำไปผลิตนมโรงเรียน ขณะที่ประมาณ 5 ตันต่อวัน ส่งให้บริษัท ซีพี-เมจิ ตามข้อตกลง MOU ส่วนที่เหลือเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นนมพาณิชย์ ทั้งนมยูเอชทีและนมพาสเจอร์ไรส์ ภายใต้แบรนด์ “CM MILK” เพื่อจำหน่ายในตลาดทั่วไป
ช่องทางจำหน่ายครอบคลุมร้านนมสด ตลาดริมปิง ห้างบิ๊กซีในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงห้างท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม ตลาดนมพาณิชย์ยังถือเป็นโจทย์ใหญ่ของสหกรณ์ เนื่องจากต้องแข่งขันกับแบรนด์รายใหญ่ที่ครองตลาดอยู่แล้ว
“ตอนนี้คณะกรรมการสหกรณ์มีนโยบายต้องการขยายตลาดนมพาณิชย์ เพราะตลาดของเรายังสู้แบรนด์หลัก ๆ ไม่ได้ ทั้งในเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ยอดจำหน่ายยังไม่มาก แต่เรายังเดินหน้าต่อ เพราะมีเครือข่ายสหกรณ์เข้ามาช่วยสนับสนุน”
นายเกษมศักดิ์กล่าว

“น้ำนมส่วนเกิน” ปัญหาใหญ่ที่สหกรณ์ต้องแบกรับ
เบื้องหลังการเดินหน้าสร้างแบรนด์ใหม่ ยังมีอีกหนึ่งโจทย์สำคัญ นั่นคือ น้ำนมดิบส่วนเกินจากปริมาณที่ระบุไว้ใน MOU
ปัจจุบันสหกรณ์มีน้ำนมดิบส่วนเกินประมาณ 7 ตันต่อวัน แต่สหกรณ์ยังคงรับซื้อจากสมาชิกตามราคาที่อยู่ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานของรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องแบกรับผลกระทบจากปัญหาตลาด
น้ำนมส่วนเกินจึงถูกนำไปผลิตเป็นนมโรงเรียนเพิ่มเติมและจัดเก็บเป็นสต๊อก ขณะเดียวกันสหกรณ์ต้องเร่งหาช่องทางระบายผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด
“ตอนนี้สำหรับนมไม่มีที่ไป ส่วนนอกเหนือ MOU ประมาณ 7 ตันต่อวัน เราก็ยังต้องซื้อจากสมาชิก เอาเข้าผลิตนมโรงเรียนและทำสต๊อกไว้ เพราะเราไม่ต้องการให้สมาชิกเดือดร้อนเด็ดขาด สิ่งที่ต้องทำคือพยายามหาเงินมาจ่ายค่าน้ำนม และเร่งหาตลาดเพื่อระบายนมในสต๊อกออกให้หมด”
ผู้จัดการสหกรณ์โคนมเชียงใหม่กล่าว
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อสภาพคล่องของสหกรณ์ เพราะต้องใช้เงินสดหมุนเวียนเพื่อรับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิก แม้จะยังไม่สามารถระบายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกสู่ตลาดได้ในทันที

81 ครอบครัวฝากอนาคตไว้กับ “น้ำนม”
สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2517 จากการรวมตัวของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสันกำแพง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อร่วมกันรวบรวมและแปรรูปน้ำนมดิบ รวมถึงสร้างอำนาจต่อรองและความมั่นคงให้กับสมาชิก
ปัจจุบันเกษตรกรสมาชิกที่ส่งน้ำนมดิบให้สหกรณ์มี 81 ราย โดยฟาร์มโคนมกว่า ร้อยละ 90 ผ่านมาตรฐาน GAP สะท้อนถึงความพยายามของเกษตรกรในการยกระดับมาตรฐานการผลิตและรักษาคุณภาพน้ำนมดิบ
สำหรับสหกรณ์ การรับซื้อน้ำนมจากสมาชิกไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของธุรกิจ แต่หมายถึง รายได้และความอยู่รอดของครอบครัวเกษตรกรทั้งระบบ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่สหกรณ์ยังคงเดินหน้ารับซื้อน้ำนม แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านตลาดและสภาพคล่อง
ไม่หยุดแค่ “นม” เตรียมต่อยอด “ชีส” เพิ่มมูลค่าน้ำนม
อีกหนึ่งแนวทางที่สหกรณ์กำลังศึกษา คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำนมให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะ “ชีส” ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือและขอคำปรึกษาจากกรมปศุสัตว์
ที่ผ่านมา สหกรณ์ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากหน่วยงานด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม และมีโอกาสศึกษาดูงานการผลิตชีสจากหลายแห่ง เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างทางเลือกใหม่ในการระบายน้ำนม เพิ่มมูลค่าผลผลิต และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มหลากหลายมากขึ้น

“CM MILK” ไม่ได้ขายแค่นม แต่ขายเรื่องราวของเกษตรกร
นอกจากนมพาสเจอร์ไรส์และนมยูเอชทีแล้ว สหกรณ์ยังมีผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ อาทิ นมเปรี้ยวรสส้ม สับปะรด มะนาว และลิ้นจี่ นมรสหวาน นมรสจืด ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี รวมถึงไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ที่จำหน่ายบริเวณร้านนมหน้าฟาร์มของสหกรณ์
ทั้งหมดสะท้อนความพยายามของสหกรณ์ในการเปลี่ยนจากผู้รวบรวมน้ำนมดิบ ไปสู่การเป็นผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของสมาชิกได้ด้วยตัวเอง
ในด้านการเงิน สหกรณ์อยู่ระหว่างการบริหารสภาพคล่องและหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อรองรับภาระการรับซื้อน้ำนมดิบและการขยายธุรกิจ โดยที่ผ่านมาได้รับสินเชื่อจาก กองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) มากกว่า 10 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เพื่อนำมาใช้ในโครงการรวบรวมและแปรรูปน้ำนมดิบ
ขณะเดียวกัน สหกรณ์ยังได้เสนอขอรับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในงบประมาณปี 2570 สำหรับจัดซื้อรถบรรทุกน้ำนมดิบเพิ่มเติม มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เพื่อทดแทนรถเดิม โดยปัจจุบันมีรถสำหรับรวบรวมน้ำนมดิบอยู่แล้ว 5 คัน รวมถึงได้รับการสนับสนุนด้านรถบรรทุก ห้องเย็น และโกดังจัดเก็บผลิตภัณฑ์

จากแบรนด์ท้องถิ่น สู่ภารกิจรักษาอาชีพเกษตรกร
วันนี้ “CM MILK” อาจยังไม่ใช่แบรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดเทียบเท่าผู้เล่นรายใหญ่ แต่ทุกกล่อง ทุกถุง และทุกผลิตภัณฑ์ ล้วนมีเรื่องราวของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอยู่เบื้องหลัง
การรีแบรนด์จาก “น้มนม” สู่ “CM MILK” จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อหรือปรับภาพลักษณ์ แต่คือความพยายามของสหกรณ์ในการสร้างตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่าน้ำนม และรักษาระบบการผลิตตั้งแต่ “ฟาร์ม–สหกรณ์–โรงงาน–ผู้บริโภค” ให้เดินหน้าต่อไปได้
ภายใต้สโลแกน “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์” CM MILK จึงกำลังบอกเล่าเรื่องราวมากกว่าความสดของนม หากแต่เป็นเรื่องของ ความตั้งใจของเกษตรกร 81 ครอบครัว ที่ฝากความหวังไว้กับทุกหยดน้ำนม
ผู้สนใจผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ติดต่อได้ที่ โทร. 053-963200
